10 ข้อควรระวัง ก่อนตัดสินใจประกอบธุรกิจ

ข้อควรระวัง 10 ประการ ก่อนตัดสินใจประกอบธุรกิจ !!

1.การเลือกรูปแบบธุรกิจ

สำหรับ SMEs มือใหม่ สิ่งสำคัญที่ควรจะพิจารณาตั้งแต่แรกเริ่มก่อนทำธุรกิจก็ คือ “การเลือกรูปแบบธุรกิจ” เพราะธุรกิจแต่ละรูปแบบก็มีวิธีการจัดตั้งและข้อบังคับทางกฎหมายที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดภาระทางภาษีที่แตกต่างกันด้วย เช่น ธุรกิจที่มีเจ้าของคนเดียวมีสถานะเป็น “บุคคลธรรมดา” หรือ ธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบบริษัทมี สถานะเป็น “นิติบุคคล” ซึ่งแบ่งเป็นการจดจัดตั้งเป็น 4 รูปแบบดังนี้

1. เจ้าของคนเดียว

ธุรกิจเจ้าของคนเดียวเป็นการลงทุนคนเดียว การบริหารคล่องตัวเพราะตัดสินใจคนเดียว กิจการรูปแบบนี้มีข้อบังคับทางกฎหมายน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเจ้าของต้องแบกรับภาระของกิจการไว้ทั้งหมด ธุรกิจที่มีเจ้าของคนเดียวมีสถานะทางกฎหมายเป็น “บุคคลธรรมดา” ดังนั้นเจ้าของธุรกิจมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ “ภาษีเงิน ได้บุคคลธรรมดา” และหากธุรกิจเข้าข่ายกิจการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ตาม พรบ. ทะเบียนพาณิชย์ เจ้าของยังต้องดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ด้วย


2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ

กิจการที่มีคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมาร่วมกันลงทุน ผู้ที่มาลงทุนในกิจการเรียกว่า “หุ้นส่วน” ทุนที่หุ้นส่วนนำมาลงในกิจการอาจจะเป็นเงิน สินทรัพย์อื่น หรือแรงงาน ก็ได้ ห้างหุ้นส่วนสามัญโดยเริ่มต้นแล้วมีสถานะเป็น “บุคคลธรรมดา” ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” และหากธุรกิจเข้าข่ายกิจการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ตาม พรบ.ทะเบียนพาณิชย์ ยังต้องดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ด้วย แต่ถ้าหากห้างหุ้นส่วนสามัญไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญก็จะมีสภาพเป็นนิติบุคคลซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบ “ภาษีเงินได้นิติบุคคล”


3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด

ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีข้อแตกต่างกับห้างหุ้นส่วนสามัญ คือหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัดจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

3.1 “หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด” หมายถึง เครดิตภาษีเงินปันผลคือส่วนกำไรของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบริษัทที่ถูกหักภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้ว

3.2 “หุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิด” หมายถึงหุ้นส่วนต้องรับผิดชอบในหนี้สินของกิจการจำกัดจำนวน คือไม่เกินจำนวนเงินที่ตนได้ลงทุนไปเท่านั้น

ห้างหุ้นส่วนสามัญ -หุ้นส่วนทุกคนไม่จำกัดความรับผิดชอบ

>> สถานะเป็นบุคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้

>> การโอนความเป็นหุ้นส่วนต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนทุกคน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด -หุ่นส่วนมีประเภทจำกัด และไม่จำกัดความรับผิดชอบ

>> สถานะเป็นนิติบุคคล

>> การโอนหุ้นของหุ้นส่วนประเภทจํากัดความรับผิดชอบทําได้โดยไม่ จําเป็นต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนทุกคน

>> ต้องมีผู้ตรวจสอบรับรองบัญชี


4. บริษัทจำกัด

เป็นกิจการที่มีบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป นำเงินมาร่วมกันลงทุนแบ่งออก เป็น”หุ้น” ซึ่งแต่ละหุ้นมีมูลค่าเท่ากัน แต่ “ผู้ถือหุ้น” แต่ละคนอาจมีจำนวนหุ้นไม่เท่ากันก็ได้ ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะได้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทตามสัดส่วนหุ้นที่ตนเองถืออยู่ และมีส่วนรับผิดชอบไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ตนเองถืออยู่

ข้อดี

>> จํากัดความรับผิด

>> บริหารแบบมืออาชีพ

>> มีความน่าเชื่อถือ

>> อัตราภาษีเงินได้ขั้นสูงสุดต่ำกว่าบุคคลธรรมดา

ข้อเสีย

>> มีขั้นตอนการจัดตั้งมากกว่ารูปแบบอื่น

>> บริหารในรูปคณะกรรมการ

>> อาจไม่คล่องตัวในบางสถานการณ์

>> ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงกว่าบุคคลธรรมดา

>> ต้องมีผู้สอบบัญชี


2. การเลือกประเภทธุรกิจ


ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการประกอบธุรกิจ โอกาสการตอบสนองของตลาด ความถนัดและความชำนาญของตน ความเป็นมืออาชีพเป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมในปัจจุบันด้วยนะคะ


3. การทำข้อตกลง สัญญา


การทำสัญญานอกจากเป็นข้อตกลงในการทำธุรกิจยังมีผลผูกพันกับธุรกิจ ควรปรึกษาที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ อ่านสัญญาและพิจารณาเนื้อหาอย่างละเอียดครบถ้วน และระมัดระวังก่อนลงลายมือชื่อในสัญญานะคะ


4. ด้านภาระภาษีอากร


ควรทำความเข้าใจโครงสร้างทางภาษีอากรเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ หาที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญในการวางโครงสร้างภาษีและระบบเอกสาร วางแผนกลยุทธ์ทางภาษีเพื่อเสียภาษีอย่างเหมาะสม และถูกต้องตามกฎหมายกำหนดค่ะ


5. ด้านการทำบัญชี


ในการประกอบธุรกิจ ควรมีนักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีที่ดีคอยดูแล และวางแผนบัญชี การเงินและภาษี ของธุรกิจ นั้นๆ เพื่อให้สามารถวัดผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน ลดความเสี่ยงธุรกิจลงได้ รวมถึงสามารถนำไปวางแผนธุรกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกด้วย

การทำบัญชีปัจจุบันนี้ หลายๆสำนักงานบัญชี หันมาทำบัญชีกันแบบออนไลน์กันมากขึ้น เนื่องจาก ง่ายต่อการทำงาน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการส่งเอกสาร สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการรู้กำไรและขาดทุนของธุรกิจรวดเร็ว นำไปสู่การวางแผนธุรกิจได้อย่างทันท่วงที


6. กฎหมายแรงงานและคุ้มครองแรงงาน


ควรศึกษาและทำความเข้าใจ กฎหมายแรงงานเบื้องต้น ทำสัญญาจ้างแรงงานเมื่อมีพนักงาน กำหนดระเบียบพนักงานและ สวัสดิการพนักงาน ทำประมาณการเงินการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายตามที่มาตรฐานการบัญชีกำหนด


7. ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า


ควรตรวจสอบการจดทะเบียนคุ้มครองสิทธิ หาที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ การซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้รัดกุม เพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจ คำว่า “ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า” อาจดูเหมือนจะคล้าย ๆ กัน แต่มีความแตกต่างที่น่าสนใจดังนี้

ลิขสิทธิ์เพื่อผู้สร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรม, ศิลปกรรม, ดนตรีและนาฎกรรม

: หากผลงานที่ผ่านการกลั่นความคิดออกมาเป็นบทเพลง, วรรณกรรม, ภาพวาด, ประติมากรรม, ภาพถ่าย, งานแสดง, แผนที่, งานสถาปัตย์, ภาพวาดเขียน, ภาพร่าง, งานภาพยนตร์, งานบันทึกเสียง, งานดีวีดี, วีซีดี หรือกระทั่งงานพิมพ์ งานศิลปะแขนงต่าง ๆ ล้วนเป็นผลงานที่เมื่อผลิตออกมาเป็นชิ้นงานก็จะได้รับการคุ้มครองผลงานนั้น ๆ ทันที แม้เจ้าตัวจะยังไม่ได้ไปจดลิขสิทธิ์ก็ตาม

สิทธิบัตรเพื่อผู้สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมใหม่ ๆ

: ในทางกลับกัน หากผลงานที่สร้างสรรค์ออกมาเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ หรือสิ่งประดิษฐ์ที่ยังไม่มีใครคิดค้นมาก่อน ผู้คิดค้นผลงานชิ้นนั้น ๆ จะต้องนำผลงานของตนไปจดสิทธิบัตรทางปัญญา ซึ่งจะมีประโยชน์มากในเชิงพาณิชย์ เพราะภาคอุตสากรรมจะได้นำไปใช้ในขบวนการผลิตสินค้าต่อไปได้

เครื่องหมายการค้าเพื่อบ่งบอกตัวตนของผู้ประกอบกิจการ

: นอกจากนี้ ในเชิงการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือ โลโก้แบรนด์สินค้า เพื่อบ่งบอกตัวตนของสินค้าในตลาดให้ผู้บริโภครับรู้ถึงตัวผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตได้อย่างชัดเจน ซึ่งเครื่องหมายการค้านี้ ไม่จำเป็นต้องนำไปจดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรเพิ่มเติม เพราะกฎหมายที่คุ้มครองจะเป็นพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าซึ่งแยกออกมาต่างหาก


8. ทำเลที่ตั้ง


สถานที่ตั้งทั้งสถานที่ทำงานและ Website รวมถึง Social Media ต่างๆ ที่เหมาะสมหาง่าย ช่วยให้ธุรกิจมีความสะดวก รวดเร็ว ทั้งการหาพนักงาน ติดต่อธุรกิจ การขายสินค้าและบริการต่างๆ


9. เงินลงทุน


หาแหล่งเงินทุน แหล่งเงินสนับสนุนธุรกิจ ทั้ง จากภาคเอกชน และเงินอุดหนุนจากทางราชการ ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้รวดเร็ว และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ดีขึ้นค่ะ


10. การชำระหนี้และการล้มละลาย


การวางแผนธุรกิจล่วงหน้า และการวางแผนการเงิน ประมาณการกระแสเงินสดล่วงหน้า ช่วยลดโอกาสที่ธุรกิจจะผิดนัดชำระหนี้หรือล้มละลายได้ค่ะ

บริษัท แอ็คเคาท์ติ้ง ทรานส์ฟอร์เมชั่นส์ จำกัด
086-5316211
Mon - Fri: 09.00 - 17.30
317 Kamol Sukosol Building 9th Floor Unit 9B, Silom Rd, Silom, Bangrak, Bangkok 10500
ติดตามข่าวสาร