Mon - Fri : 09:00 - 17:30
customercare@accrevo.com

ลงค่ารับรองอย่างไร? ไม่ให้เป็นรายจ่ายต้องห้าม

ลงค่ารับรองอย่างไร? ไม่ให้เป็นรายจ่ายต้องห้าม

//
Posted By
/
Comment0
/

ค่ารับรองเป็นอีกหนึ่งรายจ่ายที่ทำให้เจ้าของกิจการหลายๆคนปวดหัว
ว่าจะลงอย่างไร หักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่
โพสต์นี้มีคำตอบ…

 

 

  1. ทำความเข้าใจก่อนลงรายงาน

ทำความเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่ทุกรายจ่ายที่นำมาเบิกบริษัทได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าดูหนัง ฟังเพลง หรือตีกอล์ฟ ของเจ้าของกิจการ หรือกรรมการบริษัท ไม่สามารถนำรายจ่ายนั้นมาหักในการคำนวณภาษีเงินได้ พวกนี้ถือเป็น “รายจ่ายต้องห้าม” ส่งผลให้เสียสิทธิในการคำนวณภาษี และอาจโดนบวกกลับทางภาษีอีกด้วย

ซึ่ง “ค่ารับรอง” ถ้าลงบัญชีไม่ถูกต้อง จะก็เข้าข่ายรายจ่ายต้องห้ามทันที ซึ่งจะลงอย่างไรให้ถูกต้อง เราจะบอกในข้อถัดไป

 

2. มีหลักฐานสามารถพิสูจน์ได้

ค่ารับรองใดๆก็ตาม จะต้องมีใบรับ หรือหลักฐานของผู้รับเงิน สำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่ารับรอง หรือเป็นค่าบริการ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้รับเงิน ไม่มีหน้าที่ออกใบรับตามประมวลรัษฎากร
·
เพื่อให้พิสูจน์ว่า ได้มีการพาบุคคลนั้นๆ ไปรับรองจริง โดยจะต้องมีชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อไว้ในใบเบิก / ใบสำคัญจ่ายด้วย
·
นอกจากนั้นยังต้องพิสูจน์ให้ได้ด้วยว่าบุคคลที่ได้การรับรองนั้นเอื้อประโยชน์ต่อกิจการอย่างไร

 

3. ตรงตามกฎหมายกำหนด

ถึงแม้จะมีหลักฐานพิสูจน์ได้ แต่ถ้าไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนด ค่ารับรองนั้นก็จะกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที

ซึ่งตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ว่า
ค่ารับรองจะตัองเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท โดยมีกรรมการ/ หุ้นส่วน/ ผู้จัดการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าวสั่งจ่ายค่ารับรอง หรือบริการนั้นๆ และผู้ได้รับการรับรองจะต้องไม่ใช่ลูกจ้าง หรือผู้จัดการในบริษัท เว้นแต่จะมีส่วนต้องเข้าร่วมในการรับรองนั้นๆ

นอกจากนี้ค่ารับรอง อันได้แก่ อาหาร, เครื่องดื่ม หรือถ้าเป็นสิ่งของจะต้องไม่เกินครั้งละ 2,000 บาท

โดยนำมาหักได้รวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 ของจำนวนเงินยอดรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชี หรือ ของจำนวนเงินทุนที่ได้รับชำระแล้วถึงวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ทั้งนี้รายจ่ายที่จะนำมาหักได้สูงสุดต้องไม่เกิน 10 ล้านบาทเช่นกัน

 

Leave a Reply